ภาพกิจกรรม
26 มิถุนายน "วันสุนทรภู่" กวีเอกของโลก

ประวัติวันสุนทรภู่

ยูเนสโกประกาศยกย่องเชิดชูเกียรติและได้ประกาศยกย่องสุนทรภู่ให้ เป็นบุคคลผู้มีผลงานดีเด่นทางวัฒนธรรมระดับโลก  ในการนี้ รัฐบาลไทย โดยคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ กระทรวงศึกษาธิการ จะเป็นผู้สืบค้นบรรพบุรุษไทยผู้มีผลงานดีเด่นทางวัฒนธรรม นายเสวตร เปี่ยมพงศ์สานต์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ได้ดำเนินการจัดตั้งสถาบันสุนทรภู่ขึ้นเพื่อสนับสนุนการจัดกิจกรรมเกี่ยวกับชีวิตและงานของสุนทรภู่ให้แพร่หลายในหมู่เยาวชนและประชาชนชาวไทยมากยิ่งขึ้น จึงได้กำหนดให้วันที่ 26 มิถุนายน ของทุกปี เป็น วันสุนทรภู่

ชีวประวัติ "สุนทรภู่"

สุนทรภู่เกิดวันจันทร์ วันที่ 26 มิถุนายน พ.ศ.2329 เวลา 8.00 น.เดือน 8 ขึ้น 1 ค่ำ ปีมะเมีย จุลศักราช 1148 เวลา แปดโมงเช้าอยู่ในช่วงสมัยรัชกาลที่ 1 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ณ บริเวณด้านเหนือของพระราชวังหลัง ซึ่งสุนทรภู่เกิดเมื่อหลังจากได้สร้างกรุงเทพมหานครแล้ว 4 ปี บิดาชื่อพ่อพลับเป็นชาวกร่ำ อำเภอแกลง จังหวัดระยอง ส่วนมารดาชื่อแม่ช้อย เป็นชาวเมืองฉะเชิงเทราเป็นข้าหลวงอยู่ในพระราชวังหลัง หลังจากสุนทรภู่เกิดได้ไม่นาน บิดามารดาก็หย่าร้างกัน บิดาจึงออกไปบวชอยู่ที่วัดป่ากร่ำ ตำบลบ้านกร่ำ อำเภอแกลง ส่วนมารดาได้เข้าไปอยู่ในพระราชวังหลัง และถวายตัวเป็นนางนมของพระองค์เจ้าหญิงจงกล พระธิดาในเจ้าฟ้ากรมหลวงอนุรักษ์เทเวศร์ ซึ่งนำสุนทรภู่ไปอยู่ด้วย ทำให้ท่านได้อยู่ในพระราชวังหลังกับมารดา และได้ถวายตัวเป็นข้าในกรมพระราชวังหลัง ส่วนน้องสาวต่างบิดา ของสุนทรภู่ ชื่อฉิมและนิ่ม 

เมื่อสุนทรภู่อายุได้ประมาณ 2 ขวบ มารดาได้นำไปฝากให้เรียนหนังสือกับพระในสำนักวัดชีปะขาว (วัดศรีสุดาราม อยู่ริมคลองบางกอกน้อย) แต่เพราะสุนทรภู่เป็นคนชอบแต่งบทกลอนและสามารถแต่งได้ดี ตั้งแต่รุ่นหนุ่ม ซึ่งต่อมาได้เข้ารับราชการเป็นเสมียนนายระวางกรมพระคลังสวน ในกรมพระคลังสวน

เมื่อถึงคราวที่สุนทรภู่บวชจำพรรษาที่ กุฏิวัดเทพธิดาราม ได้แต่งบทกลอน และวรรณกรรมมากมาย เป็นวรรณกรรมที่ทรงคุณค่า อย่างเรื่องพระอภัยมณี ฯลฯ ที่ท่านเก็บซ่อนไว้ใต้เพดานหลังคากุฏิของท่าน แต่ในปี พ.ศ.2359 ในรัชสมัยรัชกาลที่ 2 สุนทรภู่ได้เข้ารับราชการในกรมอาลักษณ์ได้เป็นขุนสุนทรโวหาร แต่ในระหว่างรับราชการต้องโทษจำคุกเพราะถูกอุทธรณ์ว่าเมาสุราและทำร้ายญาติผู้ใหญ่ เมื่อภายหลังพ้นโทษออกมา ได้เป็นพระอาจารย์ถวายอักษรสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าอาภรณ์ พระราชโอรสในรัชกาลที่ 2

ส่วนในรัชสมัยรัชกาลที่ 3 สุนทรภู่ได้ออกจากราชการและออกบวช ต่อมาลาสิกขาแล้วถวายตัวอยู่กับพระองค์เจ้าลักขณานุคุณได้หนึ่งปี เมื่อเจ้านายสิ้นพระชนม์ สุนทรภู่ก็ขาดที่พึ่งและได้รับความลำบากอย่างมาก ต้องลอยเรืออยู่และแต่งหนังสือขายเพื่อหาเลี้ยงชีวิต ต่อมาจึงได้รับพระอุปถัมภ์ จากกรมหมื่นอัปสรสุดาเทพ พระราชธิดาในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ในปี พ.ศ.2394 สุนทรภู่ ได้เป็นเจ้ากรมอาลักษณ์ ฝ่ายพระราชวังบวร โดยได้รับยศเป็น พระสุนทรโวหาร ซึ่งผู้ที่สืบเชื้อสายมาจากสุนทรภู่ จะได้รับนามสกุลคือ "ภู่เรือหงส์" และ สุนทรภู่ถึงแก่กรรมเมื่อ พ.ศ.2398 รวมอายุได้ 69 ปี

กิจกรรมวันสุนทรภู่

เพราะภาษา บทกลอน หรือวรรณกรรม เป็นขนบธรรมเนียมประเพณี ที่ได้ถ่ายทอดจากขุนพลยอดกวีเอกของประเทศ สุนทรภู่ ผู้ซึ่งมีชื่อทางบทกวี และมีการถ่ายทอดผลงานดีๆ มายังลูกหลานไทย ให้รักษาไว้สืบไปเพื่อให้ได้เป็นมรดกของชาติ จากคนรุ่นหนึ่งไปยังรุ่นหลังๆต่อไปจนถึงปัจจุบัน และรักษาไว้ให้เจริญงอกงาม สร้างสรรค์ให้เจริญงอกงามโดยสืบทอดจากมรดกวัฒนธรรมในอดีตมาสู่ยุคปัจจุบัน ซึ่งในวันที่ 26 มิถุนายน ของทุกปี จึงได้จัดให้มีกิจกรรมใน "วันสุนทรภู่ "ขึ้นมา

การจัดกิจกรรมโครงการ
การจัดบอร์ด หรือกิจกรรมจัดโครงการวันสุนทรภู่ขึ้น เพื่อเป็นการกระตุ้นและส่งเสริมการเรียนรู้แก่นักเรียน ซึ่งนอกจากนี้ยังจัดการเรียนการสอน ภายในห้องเรียน การส่งเสริมทักษะการเรียนรู้แก่ผู้เรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย และตระหนักถึงการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ เพื่อให้ผู้เรียนได้ฝึกทักษะที่หลากหลาย มีความคิดสร้างสรรค์ กล้าแสดงออก ค้นคว้าหาความรู้ มีคุณธรรมจริยธรรม จึงได้

จัดนิทรรศการเกี่ยวกับประวัติชีวิตและการประกวด
การจัดนิทรรศการและการแสดงผลงานประเภทนิทานฯ ของสุนทรภู่ การประกวด แข่งขัน ประชันสักวา ตอบคำถามเกี่ยวกับประวัติชีวิต และผลงานของสุนทรภู่ ประกวดโครง กลอน เช่น ประกวดแข่งขันความสามารถด้านภาษาไทย การแสดงศิลปวัฒนธรรมไทย และข้าราชการครูในสังกัด แข่งขันแต่งกลอนสด ประกวดร้องเพลง วาดภาพและระบายสีจากวรรณคดี อ่านทำนองเสนาะ คัดตัวอักษรไทย ตัวเลขไทย

มีพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 
มีพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ พิธีสักการะและพิธีบวงสรวงพระบรมครูสุนทรภู่ กิจกรรมการแสดงเชิดชูเกียรติ "สุนทรภู่" ของนักเรียนจากโรงเรียนต่างๆ พร้อมทั้งมอบรางวัลแก่ผู้ชนะการประกวด นอกจากนี้ภายในงานยังมีการแสดงศิลปวัฒนธรรมไทย สินค้าราคาถูก อาหารหลากหลาย และละเล่นแบบไทย

บางสถานที่ของราชการ จะมีการจัดงานรำลึกสดุดีกวีเอกสุนทรภู่ เป็นประจำทุกปี เพื่อเป็นการรำลึกและเผยแพร่เกียรติคุณ ผลงานของสุนทรภู่บรมกวีเอกของโลก ถือเป็นการส่งเสริมและอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมให้กับคนรุ่นหลังสืบต่อไป

ร่วมกันอนุรักษ์เอกลักษณ์ไทย

เพื่อให้นักเรียนได้ร่วมกิจกรรมวันสำคัญตามโครงการ ส่งเสริมให้นักเรียนกล้าแสดงออกในทางที่ถูกที่ควร เพื่อฝึกฝนให้นักเรียนเป็นคนดี คนเก่ง และมีชีวิตอยู่ในสังคมอย่างมีความสุข ส่งเสริมกิจกรรมทักษะกลุ่มสาระภาษาไทย ส่งเสริมให้เยาวชนเป็นคนดี มีศีลธรรม เพื่อเป็นการแสดงความมีศักดิ์ศรี ความเป็นอัตลักษณ์ของคนไทยและมีความภาคภูมิใจที่เราเกิดมาบนผืนแผ่นดินไทย คนไทยสามารถอนุรักษ์เอกลักษณ์ไทยและ สิ่งที่บ่งบอกความเป็นชาติไทยได้อย่างชัดเจน

ภาษาไทย
ภาษาพูดที่ใช้สื่อสารกันได้อย่างเข้าใจ คือภาษาไทยแม้จะมีสำเนียงที่แตกต่างกันไป ของแต่ละพื้นที่ รวมถึงการใช้ศัพท์กับบุคคลในระดับต่าง ๆ แต่อักษรไทยที่ใช้ในภาษาเขียนโดยทั่วไปส่วนใหญ่จะเป็นสิ่งที่คนไทยทุกคนเข้าใจกันได้เป็นอย่างดี ซึ่งการเรียนภาษาไทย คนไทยทุกคน ในทุกๆภาค จะถูกปลูกฝังมาตั้งแต่เล็ก

การแต่งกาย
เครื่องแต่งกาย ของไทยที่ยังมีโอกาสได้เห็น ตามเทศกาลต่างๆ โอกาสสำคัญต่าง ๆ เช่น ในงานพระราชพิธี งานที่เป็นพิธีการ หรือในโอกาสพบปะ สังสรรค์ระหว่างผู้นำ พิธีแต่งงาน เทศกาลและงานประเพณีที่จัดขึ้น หรือในกิจกรรมต่าง ๆ ที่ต้องการ แสดงให้เห็นถึงความเป็นไทยอย่างชัดเจน แม้ว่าในปัจจุบันการแต่งกายของชาวไทยจะเป็นสากลมาก แต่ก็ยังคงไว้ในความเป็นไทย ในบางหน่วยงานของราชการ มีการรณรงค์ให้แต่งกายในรูป แบบไทย ๆ ด้วย ซึ่งก็ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี

การไหว้
การแสดงความกตัญญูกตเวทีต่อผู้มีพระคุณ ความมีน้ำใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน รวมไปถึงความเกรงใจ ซึ่งการแสดงความเคารพด้วยการไหว้และกราบ สามารถแบ่งแยกออกได้อย่างชัดเจน เช่น กราบพระพุทธรูป กราบพระสงฆ์ กราบไหว้บุคคลในฐานะ หรือวัยต่าง ๆ ตลอดจนการวางตนด้วยความสุภาพอ่อนน้อมถ่อมตน

ศิลปวัฒนธรรมและประเพณี 
แม้จะมีการรับวัฒนธรรมของชาติเข้ามา แต่คนไทยสามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้อย่างเหมาะสม และปฏิบัติสืบต่อกันมาจน กลายเป็นส่วนหนึ่งในวิถีชีวิตของไทย รวมถึง ดนตรีไทย กีฬาไทย และการละเล่นพื้นเมืองต่างๆศิลปวัฒนธรรมและประเพณี เอกลักษณ์ของชาติไทย ที่แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงไปบ้าง แต่เป็นสิ่งที่จะต้องคงอยู่ในใจของคนไทยตลอดไป

แนวทางการส่งเสริมกิจกรรมวันสุนทรภู่

เพราะสุนทรภู่ เป็นสุดยอดกวีไทย ที่ทำให้ชาวไทย ได้มีกวีเอกของโลกที่เป็นคนไทยซึ่งทุกๆ ปีจะมีกิจกรรมเกี่ยวกับวันสุนทรภู่ เพื่อให้เยาวชน ร่วมกันรำลึกถึง แนวทางบทกวีและวรรณกรรม ต่างๆ รวมถึงผลงานของท่าน และไม่อยากให้สิ่งเหล่านั้นหายไป การได้จัดกิจกรรม และหาแนวทางส่งเสริม เพื่อให้ผลงานของท่านนั้นอยู่คู่กับคนไทยสืบไป

เพื่อกระตุ้นและปลุกจิตสำนึกนักเรียน
การจัดกิจกรรมวันสุนทรภู่ขึ้นมาเพื่อกระตุ้นและปลุกจิตสำนึกนักเรียน และบุคลากรในโรงเรียนให้ตระหนักถึงความสำคัญและเห็นคุณค่าของภาษาไทย ตลอดจนร่วมมือร่วมใจกันรักษา ส่งเสริมและอนุรักษ์ภาษาไทย อันเป็นเอกลักษณ์และเป็นสมบัติอันล้ำค่าของชาติไทยให้คงอยู่คู่ชาติตลอดไป

เพิ่มประสิทธิภาพการเรียนภาษาไทย
เป็นกิจกรรมเพื่อเพิ่มพูนประสิทธิภาพ ของการใช้ภาษาไทย ซึ่งจะทำให้นักเรียนมีการยกมาตรฐานการเรียนการสอนภาษาไทยในสถานศึกษาให้สัมฤทธิ์ผลดียิ่งขึ้น

ให้รู้จักอนุรักษ์ของไทยๆ
การจัดกิจกรรม วันสุนทรภู่ ขึ้นมาเพื่อส่งเสริมให้นักเรียนร่วมอนุรักษ์วัฒนธรรมไทย เพื่อส่งเสริมและพัฒนาความสามารถทางภาษาไทยแก่นักเรียนตามศักยภาพ ซึ่งนักเรียนสามารถแสดงออกด้านความคิดสร้างสรรค์ และมีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียนได้แสดงออกด้านความคิดสร้างสรรค์ และมีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรม มีส่วนร่วมส่งเสริมในการอนุรักษ์วัฒนธรรมไทย และมีความสามารถทางภาษาไทยตามวัตถุประสงค์ที่วาง รวมถึงสามารถส่งเสริมและสืบสานมรดกทางวรรณศิลป์ของสุนทรภู่ ให้เยาวชนและบุคคลทั่วไปเข้าใจและตระหนักถึงคุณค่าของวัฒนธรรม

ทั้งนี้ในการส่งเสริมกิจกรรมวันสุนทรภู่ขึ้น ก็เพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติประวัติสุนทรภู่ กวีเอกของโลก เพื่อเผยแพร่ผลงานอันเป็นมรดกของชาติ ซึ่งเป็นวัฒนธรรมด้านภาษา เพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนได้ฝึกฝน และแสดงความสามารถด้านภาษาไทย และเพื่อส่งเสริมผู้เรียนให้มีความสร้างสรรค์ และกล้าแสดงออกในรุ่นอื่นๆ สืบต่อไป

ประวัติวันสุนทรภู่

ยูเนสโกประกาศยกย่องเชิดชูเกียรติและได้ประกาศยกย่องสุนทรภู่ให้ เป็นบุคคลผู้มีผลงานดีเด่นทางวัฒนธรรมระดับโลก  ในการนี้ รัฐบาลไทย โดยคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ กระทรวงศึกษาธิการ จะเป็นผู้สืบค้นบรรพบุรุษไทยผู้มีผลงานดีเด่นทางวัฒนธรรม นายเสวตร เปี่ยมพงศ์สานต์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ได้ดำเนินการจัดตั้งสถาบันสุนทรภู่ขึ้นเพื่อสนับสนุนการจัดกิจกรรมเกี่ยวกับชีวิตและงานของสุนทรภู่ให้แพร่หลายในหมู่เยาวชนและประชาชนชาวไทยมากยิ่งขึ้น จึงได้กำหนดให้วันที่ 26 มิถุนายน ของทุกปี เป็น วันสุนทรภู่

ชีวประวัติ "สุนทรภู่"

สุนทรภู่เกิดวันจันทร์ วันที่ 26 มิถุนายน พ.ศ.2329 เวลา 8.00 น.เดือน 8 ขึ้น 1 ค่ำ ปีมะเมีย จุลศักราช 1148 เวลา แปดโมงเช้าอยู่ในช่วงสมัยรัชกาลที่ 1 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ณ บริเวณด้านเหนือของพระราชวังหลัง ซึ่งสุนทรภู่เกิดเมื่อหลังจากได้สร้างกรุงเทพมหานครแล้ว 4 ปี บิดาชื่อพ่อพลับเป็นชาวกร่ำ อำเภอแกลง จังหวัดระยอง ส่วนมารดาชื่อแม่ช้อย เป็นชาวเมืองฉะเชิงเทราเป็นข้าหลวงอยู่ในพระราชวังหลัง หลังจากสุนทรภู่เกิดได้ไม่นาน บิดามารดาก็หย่าร้างกัน บิดาจึงออกไปบวชอยู่ที่วัดป่ากร่ำ ตำบลบ้านกร่ำ อำเภอแกลง ส่วนมารดาได้เข้าไปอยู่ในพระราชวังหลัง และถวายตัวเป็นนางนมของพระองค์เจ้าหญิงจงกล พระธิดาในเจ้าฟ้ากรมหลวงอนุรักษ์เทเวศร์ ซึ่งนำสุนทรภู่ไปอยู่ด้วย ทำให้ท่านได้อยู่ในพระราชวังหลังกับมารดา และได้ถวายตัวเป็นข้าในกรมพระราชวังหลัง ส่วนน้องสาวต่างบิดา ของสุนทรภู่ ชื่อฉิมและนิ่ม 

เมื่อสุนทรภู่อายุได้ประมาณ 2 ขวบ มารดาได้นำไปฝากให้เรียนหนังสือกับพระในสำนักวัดชีปะขาว (วัดศรีสุดาราม อยู่ริมคลองบางกอกน้อย) แต่เพราะสุนทรภู่เป็นคนชอบแต่งบทกลอนและสามารถแต่งได้ดี ตั้งแต่รุ่นหนุ่ม ซึ่งต่อมาได้เข้ารับราชการเป็นเสมียนนายระวางกรมพระคลังสวน ในกรมพระคลังสวน

เมื่อถึงคราวที่สุนทรภู่บวชจำพรรษาที่ กุฏิวัดเทพธิดาราม ได้แต่งบทกลอน และวรรณกรรมมากมาย เป็นวรรณกรรมที่ทรงคุณค่า อย่างเรื่องพระอภัยมณี ฯลฯ ที่ท่านเก็บซ่อนไว้ใต้เพดานหลังคากุฏิของท่าน แต่ในปี พ.ศ.2359 ในรัชสมัยรัชกาลที่ 2 สุนทรภู่ได้เข้ารับราชการในกรมอาลักษณ์ได้เป็นขุนสุนทรโวหาร แต่ในระหว่างรับราชการต้องโทษจำคุกเพราะถูกอุทธรณ์ว่าเมาสุราและทำร้ายญาติผู้ใหญ่ เมื่อภายหลังพ้นโทษออกมา ได้เป็นพระอาจารย์ถวายอักษรสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าอาภรณ์ พระราชโอรสในรัชกาลที่ 2

ส่วนในรัชสมัยรัชกาลที่ 3 สุนทรภู่ได้ออกจากราชการและออกบวช ต่อมาลาสิกขาแล้วถวายตัวอยู่กับพระองค์เจ้าลักขณานุคุณได้หนึ่งปี เมื่อเจ้านายสิ้นพระชนม์ สุนทรภู่ก็ขาดที่พึ่งและได้รับความลำบากอย่างมาก ต้องลอยเรืออยู่และแต่งหนังสือขายเพื่อหาเลี้ยงชีวิต ต่อมาจึงได้รับพระอุปถัมภ์ จากกรมหมื่นอัปสรสุดาเทพ พระราชธิดาในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ในปี พ.ศ.2394 สุนทรภู่ ได้เป็นเจ้ากรมอาลักษณ์ ฝ่ายพระราชวังบวร โดยได้รับยศเป็น พระสุนทรโวหาร ซึ่งผู้ที่สืบเชื้อสายมาจากสุนทรภู่ จะได้รับนามสกุลคือ "ภู่เรือหงส์" และ สุนทรภู่ถึงแก่กรรมเมื่อ พ.ศ.2398 รวมอายุได้ 69 ปี

กิจกรรมวันสุนทรภู่

เพราะภาษา บทกลอน หรือวรรณกรรม เป็นขนบธรรมเนียมประเพณี ที่ได้ถ่ายทอดจากขุนพลยอดกวีเอกของประเทศ สุนทรภู่ ผู้ซึ่งมีชื่อทางบทกวี และมีการถ่ายทอดผลงานดีๆ มายังลูกหลานไทย ให้รักษาไว้สืบไปเพื่อให้ได้เป็นมรดกของชาติ จากคนรุ่นหนึ่งไปยังรุ่นหลังๆต่อไปจนถึงปัจจุบัน และรักษาไว้ให้เจริญงอกงาม สร้างสรรค์ให้เจริญงอกงามโดยสืบทอดจากมรดกวัฒนธรรมในอดีตมาสู่ยุคปัจจุบัน ซึ่งในวันที่ 26 มิถุนายน ของทุกปี จึงได้จัดให้มีกิจกรรมใน "วันสุนทรภู่ "ขึ้นมา

การจัดกิจกรรมโครงการ
การจัดบอร์ด หรือกิจกรรมจัดโครงการวันสุนทรภู่ขึ้น เพื่อเป็นการกระตุ้นและส่งเสริมการเรียนรู้แก่นักเรียน ซึ่งนอกจากนี้ยังจัดการเรียนการสอน ภายในห้องเรียน การส่งเสริมทักษะการเรียนรู้แก่ผู้เรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย และตระหนักถึงการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ เพื่อให้ผู้เรียนได้ฝึกทักษะที่หลากหลาย มีความคิดสร้างสรรค์ กล้าแสดงออก ค้นคว้าหาความรู้ มีคุณธรรมจริยธรรม จึงได้

จัดนิทรรศการเกี่ยวกับประวัติชีวิตและการประกวด
การจัดนิทรรศการและการแสดงผลงานประเภทนิทานฯ ของสุนทรภู่ การประกวด แข่งขัน ประชันสักวา ตอบคำถามเกี่ยวกับประวัติชีวิต และผลงานของสุนทรภู่ ประกวดโครง กลอน เช่น ประกวดแข่งขันความสามารถด้านภาษาไทย การแสดงศิลปวัฒนธรรมไทย และข้าราชการครูในสังกัด แข่งขันแต่งกลอนสด ประกวดร้องเพลง วาดภาพและระบายสีจากวรรณคดี อ่านทำนองเสนาะ คัดตัวอักษรไทย ตัวเลขไทย

มีพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 
มีพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ พิธีสักการะและพิธีบวงสรวงพระบรมครูสุนทรภู่ กิจกรรมการแสดงเชิดชูเกียรติ "สุนทรภู่" ของนักเรียนจากโรงเรียนต่างๆ พร้อมทั้งมอบรางวัลแก่ผู้ชนะการประกวด นอกจากนี้ภายในงานยังมีการแสดงศิลปวัฒนธรรมไทย สินค้าราคาถูก อาหารหลากหลาย และละเล่นแบบไทย

บางสถานที่ของราชการ จะมีการจัดงานรำลึกสดุดีกวีเอกสุนทรภู่ เป็นประจำทุกปี เพื่อเป็นการรำลึกและเผยแพร่เกียรติคุณ ผลงานของสุนทรภู่บรมกวีเอกของโลก ถือเป็นการส่งเสริมและอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมให้กับคนรุ่นหลังสืบต่อไป

ร่วมกันอนุรักษ์เอกลักษณ์ไทย

เพื่อให้นักเรียนได้ร่วมกิจกรรมวันสำคัญตามโครงการ ส่งเสริมให้นักเรียนกล้าแสดงออกในทางที่ถูกที่ควร เพื่อฝึกฝนให้นักเรียนเป็นคนดี คนเก่ง และมีชีวิตอยู่ในสังคมอย่างมีความสุข ส่งเสริมกิจกรรมทักษะกลุ่มสาระภาษาไทย ส่งเสริมให้เยาวชนเป็นคนดี มีศีลธรรม เพื่อเป็นการแสดงความมีศักดิ์ศรี ความเป็นอัตลักษณ์ของคนไทยและมีความภาคภูมิใจที่เราเกิดมาบนผืนแผ่นดินไทย คนไทยสามารถอนุรักษ์เอกลักษณ์ไทยและ สิ่งที่บ่งบอกความเป็นชาติไทยได้อย่างชัดเจน

ภาษาไทย
ภาษาพูดที่ใช้สื่อสารกันได้อย่างเข้าใจ คือภาษาไทยแม้จะมีสำเนียงที่แตกต่างกันไป ของแต่ละพื้นที่ รวมถึงการใช้ศัพท์กับบุคคลในระดับต่าง ๆ แต่อักษรไทยที่ใช้ในภาษาเขียนโดยทั่วไปส่วนใหญ่จะเป็นสิ่งที่คนไทยทุกคนเข้าใจกันได้เป็นอย่างดี ซึ่งการเรียนภาษาไทย คนไทยทุกคน ในทุกๆภาค จะถูกปลูกฝังมาตั้งแต่เล็ก

การแต่งกาย
เครื่องแต่งกาย ของไทยที่ยังมีโอกาสได้เห็น ตามเทศกาลต่างๆ โอกาสสำคัญต่าง ๆ เช่น ในงานพระราชพิธี งานที่เป็นพิธีการ หรือในโอกาสพบปะ สังสรรค์ระหว่างผู้นำ พิธีแต่งงาน เทศกาลและงานประเพณีที่จัดขึ้น หรือในกิจกรรมต่าง ๆ ที่ต้องการ แสดงให้เห็นถึงความเป็นไทยอย่างชัดเจน แม้ว่าในปัจจุบันการแต่งกายของชาวไทยจะเป็นสากลมาก แต่ก็ยังคงไว้ในความเป็นไทย ในบางหน่วยงานของราชการ มีการรณรงค์ให้แต่งกายในรูป แบบไทย ๆ ด้วย ซึ่งก็ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี

การไหว้
การแสดงความกตัญญูกตเวทีต่อผู้มีพระคุณ ความมีน้ำใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน รวมไปถึงความเกรงใจ ซึ่งการแสดงความเคารพด้วยการไหว้และกราบ สามารถแบ่งแยกออกได้อย่างชัดเจน เช่น กราบพระพุทธรูป กราบพระสงฆ์ กราบไหว้บุคคลในฐานะ หรือวัยต่าง ๆ ตลอดจนการวางตนด้วยความสุภาพอ่อนน้อมถ่อมตน

ศิลปวัฒนธรรมและประเพณี 
แม้จะมีการรับวัฒนธรรมของชาติเข้ามา แต่คนไทยสามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้อย่างเหมาะสม และปฏิบัติสืบต่อกันมาจน กลายเป็นส่วนหนึ่งในวิถีชีวิตของไทย รวมถึง ดนตรีไทย กีฬาไทย และการละเล่นพื้นเมืองต่างๆศิลปวัฒนธรรมและประเพณี เอกลักษณ์ของชาติไทย ที่แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงไปบ้าง แต่เป็นสิ่งที่จะต้องคงอยู่ในใจของคนไทยตลอดไป

แนวทางการส่งเสริมกิจกรรมวันสุนทรภู่

เพราะสุนทรภู่ เป็นสุดยอดกวีไทย ที่ทำให้ชาวไทย ได้มีกวีเอกของโลกที่เป็นคนไทยซึ่งทุกๆ ปีจะมีกิจกรรมเกี่ยวกับวันสุนทรภู่ เพื่อให้เยาวชน ร่วมกันรำลึกถึง แนวทางบทกวีและวรรณกรรม ต่างๆ รวมถึงผลงานของท่าน และไม่อยากให้สิ่งเหล่านั้นหายไป การได้จัดกิจกรรม และหาแนวทางส่งเสริม เพื่อให้ผลงานของท่านนั้นอยู่คู่กับคนไทยสืบไป

เพื่อกระตุ้นและปลุกจิตสำนึกนักเรียน
การจัดกิจกรรมวันสุนทรภู่ขึ้นมาเพื่อกระตุ้นและปลุกจิตสำนึกนักเรียน และบุคลากรในโรงเรียนให้ตระหนักถึงความสำคัญและเห็นคุณค่าของภาษาไทย ตลอดจนร่วมมือร่วมใจกันรักษา ส่งเสริมและอนุรักษ์ภาษาไทย อันเป็นเอกลักษณ์และเป็นสมบัติอันล้ำค่าของชาติไทยให้คงอยู่คู่ชาติตลอดไป

เพิ่มประสิทธิภาพการเรียนภาษาไทย
เป็นกิจกรรมเพื่อเพิ่มพูนประสิทธิภาพ ของการใช้ภาษาไทย ซึ่งจะทำให้นักเรียนมีการยกมาตรฐานการเรียนการสอนภาษาไทยในสถานศึกษาให้สัมฤทธิ์ผลดียิ่งขึ้น

ให้รู้จักอนุรักษ์ของไทยๆ
การจัดกิจกรรม วันสุนทรภู่ ขึ้นมาเพื่อส่งเสริมให้นักเรียนร่วมอนุรักษ์วัฒนธรรมไทย เพื่อส่งเสริมและพัฒนาความสามารถทางภาษาไทยแก่นักเรียนตามศักยภาพ ซึ่งนักเรียนสามารถแสดงออกด้านความคิดสร้างสรรค์ และมีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียนได้แสดงออกด้านความคิดสร้างสรรค์ และมีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรม มีส่วนร่วมส่งเสริมในการอนุรักษ์วัฒนธรรมไทย และมีความสามารถทางภาษาไทยตามวัตถุประสงค์ที่วาง รวมถึงสามารถส่งเสริมและสืบสานมรดกทางวรรณศิลป์ของสุนทรภู่ ให้เยาวชนและบุคคลทั่วไปเข้าใจและตระหนักถึงคุณค่าของวัฒนธรรม

ทั้งนี้ในการส่งเสริมกิจกรรมวันสุนทรภู่ขึ้น ก็เพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติประวัติสุนทรภู่ กวีเอกของโลก เพื่อเผยแพร่ผลงานอันเป็นมรดกของชาติ ซึ่งเป็นวัฒนธรรมด้านภาษา เพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนได้ฝึกฝน และแสดงความสามารถด้านภาษาไทย และเพื่อส่งเสริมผู้เรียนให้มีความสร้างสรรค์ และกล้าแสดงออกในรุ่นอื่นๆ สืบต่อไป

ประวัติวันสุนทรภู่

ยูเนสโกประกาศยกย่องเชิดชูเกียรติและได้ประกาศยกย่องสุนทรภู่ให้ เป็นบุคคลผู้มีผลงานดีเด่นทางวัฒนธรรมระดับโลก  ในการนี้ รัฐบาลไทย โดยคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ กระทรวงศึกษาธิการ จะเป็นผู้สืบค้นบรรพบุรุษไทยผู้มีผลงานดีเด่นทางวัฒนธรรม นายเสวตร เปี่ยมพงศ์สานต์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ได้ดำเนินการจัดตั้งสถาบันสุนทรภู่ขึ้นเพื่อสนับสนุนการจัดกิจกรรมเกี่ยวกับชีวิตและงานของสุนทรภู่ให้แพร่หลายในหมู่เยาวชนและประชาชนชาวไทยมากยิ่งขึ้น จึงได้กำหนดให้วันที่ 26 มิถุนายน ของทุกปี เป็น วันสุนทรภู่

ชีวประวัติ "สุนทรภู่"

สุนทรภู่เกิดวันจันทร์ วันที่ 26 มิถุนายน พ.ศ.2329 เวลา 8.00 น.เดือน 8 ขึ้น 1 ค่ำ ปีมะเมีย จุลศักราช 1148 เวลา แปดโมงเช้าอยู่ในช่วงสมัยรัชกาลที่ 1 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ณ บริเวณด้านเหนือของพระราชวังหลัง ซึ่งสุนทรภู่เกิดเมื่อหลังจากได้สร้างกรุงเทพมหานครแล้ว 4 ปี บิดาชื่อพ่อพลับเป็นชาวกร่ำ อำเภอแกลง จังหวัดระยอง ส่วนมารดาชื่อแม่ช้อย เป็นชาวเมืองฉะเชิงเทราเป็นข้าหลวงอยู่ในพระราชวังหลัง หลังจากสุนทรภู่เกิดได้ไม่นาน บิดามารดาก็หย่าร้างกัน บิดาจึงออกไปบวชอยู่ที่วัดป่ากร่ำ ตำบลบ้านกร่ำ อำเภอแกลง ส่วนมารดาได้เข้าไปอยู่ในพระราชวังหลัง และถวายตัวเป็นนางนมของพระองค์เจ้าหญิงจงกล พระธิดาในเจ้าฟ้ากรมหลวงอนุรักษ์เทเวศร์ ซึ่งนำสุนทรภู่ไปอยู่ด้วย ทำให้ท่านได้อยู่ในพระราชวังหลังกับมารดา และได้ถวายตัวเป็นข้าในกรมพระราชวังหลัง ส่วนน้องสาวต่างบิดา ของสุนทรภู่ ชื่อฉิมและนิ่ม 

เมื่อสุนทรภู่อายุได้ประมาณ 2 ขวบ มารดาได้นำไปฝากให้เรียนหนังสือกับพระในสำนักวัดชีปะขาว (วัดศรีสุดาราม อยู่ริมคลองบางกอกน้อย) แต่เพราะสุนทรภู่เป็นคนชอบแต่งบทกลอนและสามารถแต่งได้ดี ตั้งแต่รุ่นหนุ่ม ซึ่งต่อมาได้เข้ารับราชการเป็นเสมียนนายระวางกรมพระคลังสวน ในกรมพระคลังสวน

เมื่อถึงคราวที่สุนทรภู่บวชจำพรรษาที่ กุฏิวัดเทพธิดาราม ได้แต่งบทกลอน และวรรณกรรมมากมาย เป็นวรรณกรรมที่ทรงคุณค่า อย่างเรื่องพระอภัยมณี ฯลฯ ที่ท่านเก็บซ่อนไว้ใต้เพดานหลังคากุฏิของท่าน แต่ในปี พ.ศ.2359 ในรัชสมัยรัชกาลที่ 2 สุนทรภู่ได้เข้ารับราชการในกรมอาลักษณ์ได้เป็นขุนสุนทรโวหาร แต่ในระหว่างรับราชการต้องโทษจำคุกเพราะถูกอุทธรณ์ว่าเมาสุราและทำร้ายญาติผู้ใหญ่ เมื่อภายหลังพ้นโทษออกมา ได้เป็นพระอาจารย์ถวายอักษรสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าอาภรณ์ พระราชโอรสในรัชกาลที่ 2

ส่วนในรัชสมัยรัชกาลที่ 3 สุนทรภู่ได้ออกจากราชการและออกบวช ต่อมาลาสิกขาแล้วถวายตัวอยู่กับพระองค์เจ้าลักขณานุคุณได้หนึ่งปี เมื่อเจ้านายสิ้นพระชนม์ สุนทรภู่ก็ขาดที่พึ่งและได้รับความลำบากอย่างมาก ต้องลอยเรืออยู่และแต่งหนังสือขายเพื่อหาเลี้ยงชีวิต ต่อมาจึงได้รับพระอุปถัมภ์ จากกรมหมื่นอัปสรสุดาเทพ พระราชธิดาในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ในปี พ.ศ.2394 สุนทรภู่ ได้เป็นเจ้ากรมอาลักษณ์ ฝ่ายพระราชวังบวร โดยได้รับยศเป็น พระสุนทรโวหาร ซึ่งผู้ที่สืบเชื้อสายมาจากสุนทรภู่ จะได้รับนามสกุลคือ "ภู่เรือหงส์" และ สุนทรภู่ถึงแก่กรรมเมื่อ พ.ศ.2398 รวมอายุได้ 69 ปี

กิจกรรมวันสุนทรภู่

เพราะภาษา บทกลอน หรือวรรณกรรม เป็นขนบธรรมเนียมประเพณี ที่ได้ถ่ายทอดจากขุนพลยอดกวีเอกของประเทศ สุนทรภู่ ผู้ซึ่งมีชื่อทางบทกวี และมีการถ่ายทอดผลงานดีๆ มายังลูกหลานไทย ให้รักษาไว้สืบไปเพื่อให้ได้เป็นมรดกของชาติ จากคนรุ่นหนึ่งไปยังรุ่นหลังๆต่อไปจนถึงปัจจุบัน และรักษาไว้ให้เจริญงอกงาม สร้างสรรค์ให้เจริญงอกงามโดยสืบทอดจากมรดกวัฒนธรรมในอดีตมาสู่ยุคปัจจุบัน ซึ่งในวันที่ 26 มิถุนายน ของทุกปี จึงได้จัดให้มีกิจกรรมใน "วันสุนทรภู่ "ขึ้นมา

การจัดกิจกรรมโครงการ
การจัดบอร์ด หรือกิจกรรมจัดโครงการวันสุนทรภู่ขึ้น เพื่อเป็นการกระตุ้นและส่งเสริมการเรียนรู้แก่นักเรียน ซึ่งนอกจากนี้ยังจัดการเรียนการสอน ภายในห้องเรียน การส่งเสริมทักษะการเรียนรู้แก่ผู้เรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย และตระหนักถึงการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ เพื่อให้ผู้เรียนได้ฝึกทักษะที่หลากหลาย มีความคิดสร้างสรรค์ กล้าแสดงออก ค้นคว้าหาความรู้ มีคุณธรรมจริยธรรม จึงได้

จัดนิทรรศการเกี่ยวกับประวัติชีวิตและการประกวด
การจัดนิทรรศการและการแสดงผลงานประเภทนิทานฯ ของสุนทรภู่ การประกวด แข่งขัน ประชันสักวา ตอบคำถามเกี่ยวกับประวัติชีวิต และผลงานของสุนทรภู่ ประกวดโครง กลอน เช่น ประกวดแข่งขันความสามารถด้านภาษาไทย การแสดงศิลปวัฒนธรรมไทย และข้าราชการครูในสังกัด แข่งขันแต่งกลอนสด ประกวดร้องเพลง วาดภาพและระบายสีจากวรรณคดี อ่านทำนองเสนาะ คัดตัวอักษรไทย ตัวเลขไทย

มีพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 
มีพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ พิธีสักการะและพิธีบวงสรวงพระบรมครูสุนทรภู่ กิจกรรมการแสดงเชิดชูเกียรติ "สุนทรภู่" ของนักเรียนจากโรงเรียนต่างๆ พร้อมทั้งมอบรางวัลแก่ผู้ชนะการประกวด นอกจากนี้ภายในงานยังมีการแสดงศิลปวัฒนธรรมไทย สินค้าราคาถูก อาหารหลากหลาย และละเล่นแบบไทย

บางสถานที่ของราชการ จะมีการจัดงานรำลึกสดุดีกวีเอกสุนทรภู่ เป็นประจำทุกปี เพื่อเป็นการรำลึกและเผยแพร่เกียรติคุณ ผลงานของสุนทรภู่บรมกวีเอกของโลก ถือเป็นการส่งเสริมและอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมให้กับคนรุ่นหลังสืบต่อไป

ร่วมกันอนุรักษ์เอกลักษณ์ไทย

เพื่อให้นักเรียนได้ร่วมก

ร่วมแสดงความยินดีกับนักเรียนผู้ชนะเลิศ
มอบเกียรตินักแสดงเรื่อง พระอภัยมณี
มอบรางวัล
โพสเมื่อ : 04 มิ.ย. 2562,14:24   อ่าน 599 ครั้ง